2005/Jul/17

แต่ข้าได้ยินมาว่า เจ้ามีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง ถ้าเจ้าจะส่งนางมาแลกกับความเมตตานั่น ข้าอาจจะลองพิจารณาดูใหม่ เสียงนั้นยังก้องอยู่ในโสตความคิดของไฮคิง พร้อมกับอีกเสียงหนึ่งที่ท่านคุ้นเคย สุรเสียงหนักแน่นของตัวท่านที่ตอบกลับไปว่า สันติภาพคือสิ่งที่เอเดนต้องการ นางจะไปยังเดมอสเพื่อแลกกับความเมตตาของท่าน คำตอบที่เหมาะสมอย่างยิ่งในฐานะของไฮคิง แต่ในหัวอกของคนเป็นพ่อกลับเป็นคำตอบที่เชือดหัวใจตัวเอง

ไฮคิงแห่งเอเดนทรงประทับเพียงลำพังในห้องทรงงานส่วนพระองค์ ทรงทบทวนอีกครั้งแต่ก็รู้แจ้งในพระทัยดีว่า ไม่ว่าจะย้อนเวลากลับไปได้สักกี่หน ในฐานะไฮคิง พระองค์จะต้องดำรัสตอบเช่นนั้นเสมอไป

เอเดน ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด ประชาชนต้องมาก่อนครอบครัว หน้าที่ต้องมาก่อนหัวใจ แม้ว่า ครั้งนี้ต้องแลกด้วย พระธิดาคนเดียวผู้เป็นดั่งดวงหทัย หากแต่ถ้าแลกเพื่อความสงบสุขของชาวประชา พระองค์ก็จะต้องทำ!!!

***************************************************************************************************

อลิเซีย เสียงของเจ้าชายแห่งคาโนวาลทำให้ เจ้าหญิงคนงามเจ้าของชื่อหยุดเดิน ก็หันกลับไปมองคนเรียกด้วยรอยยิ้มที่มาจากหัวใจ บาโร ท่านเองหรือ

รอยยิ้มที่ทำให้คนมองสบายใจ อย่างน้อยเจ้าหญิงของเขาก็หายเศร้าแล้วที่แม่สาวน้อยประหลาดนั่นหายไป แม้ว่าตัวเองจะไม่ยอมรับก็เถอะว่าตัวเองก็รู้สึกเหงาที่ไม่มีไอ้เด็กหนุ่มดวงตาสีฟ้าที่ดูอ้างว้างให้คอยสั่งสอนอีกแล้ว

เจ้าชายบาโรเดินไปข้างหน้าสาวงามก่อนกระซิบว่า หลังอาหารเย็นแล้ว ไปเดินเล่นกันนะ ก่อนรีบเดินจากไปโดยไม่ฟังคำตอบ

อลิเซียหน้าแดงแวบหนึ่งก็รีบซ่อนความรู้สึกของตนเพราะรู้ดีว่า ถ้ามีใครสักคนเห็น โดยเฉพาะ นักพเนจรตัวร้ายแห่งแผ่นดินประชาชน กับ จอมเวทย์หลงตัวเองของปราการปราชญ์เห็นเข้า คงลงเอยแบบวันนั้น วันที่สาวน้อยแปลกหน้าแต่คุ้นใจคนนั้นปรากฏตัว

เจ้าหญิงอลิเซียแห่งบารามอส ทรงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เอดินเบิร์กดูสงบเงียบลงมากหลังเหตุการณ์วันนั้น วันที่เดมอสบุกเข้ามา วันที่เอเดนเกือบกำชัยชำนะเหนือจ้าวปีศาจแห่งความมืด เฮ้อ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเป็นชนวนให้พวกเดมอสหาข้ออ้างมาอาละวาดหรือเปล่า

ริมธารน้ำ ยามเย็น แสงอาทิตย์ที่ทาแสงทองสุดท้ายบนขอบฟ้า เสียงสายน้ำไหลกระทบกรวดริมธารดังจังหวะดนตรี ความสงบสุขที่งดงาม ยิ่งคนที่อยู่เต็มหัวใจเดินเคียงข้างคงไม่มีภาพใดงดงามกว่าตรึงตราใจยิ่งกว่านี้แล้ว

แสงอาทิตย์ลับหาย แสงจันทร์สาดส่องแสงสีเงินยวงสกาวเต็มฟ้าพร้อมหมู่ดาราที่พากันพร้อมใจส่องประกายระยิบระยับดุจนัยน์ตาที่จับจ้องเจ้าหญิงคนงาม ทำให้ใบหน้างดงามยิ่งแดงระเรื่อก่อนเอ่ยปากกับคนข้างกายที่ทำตาระยับคล้ายหมู่ดาว

ชวนข้ามาเดินเล่นแบบนี้ได้ วันนี้ไม่มีประชุมเหรอบาโร

...

บาโร?

ฮื้อ อะไรเหรออลิเซีย เสียงของคนตกอยู่ในภวังค์ทำเอาองค์หญิงสาวชักงอน

ฮึ! ชวนคนอื่นมาเดินเล่นแล้วมัวคิดอะไรอยู่

ราวกับรู้ความคิดของสตรีข้างกาย เจ้าชายบาโรทอดสายตาอ่อนโยนให้กับสตรีสาวก่อนเอ่ยปาก

อลิเซีย ไข่มุกแสงจันทร์ที่ข้าให้น่ะ เจ้าให้คนอื่นดูหรือเปล่า

ไม่นี่ มีอะไรเหรอ

ข้าอยากให้ท่านรู้ว่า ความรักของข้า หัวใจของข้าและทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามี ถูกรวมอยู่ในนั้น ข้าอยากให้เจ้าใส่ติดตัวตลอดไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

องค์หญิงแห่งบารามอสได้แต่ยืนขวยเขินกับคำกล่าวเปิดหัวใจของเจ้าชายแห่งคาโนวาล ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร เมื่อเสียงนุ่มของเจ้าของไข่มุกที่ใส่แนบชิดหัวใจ ดังขึ้นข้างหู

ข้ารักเจ้า และจะรักตลอดไป แล้วเจ้าล่ะรักข้าบ้างไหม

อลิเซียแห่งบารามอส ที่กล้ากระทั่งวิจารณ์จ้าวปีศาจอย่างไม่ไว้หน้ากลับไม่รู้จะตอบกลับเช่นไร เมื่อมีเสียงหัวเราะนุ่มๆของคนตาสีฟ้าอ่อนโยนดังขึ้นราวยั่วเย้า

ทำไมไม่ตอบล่ะ ข้ารู้ว่าเจ้ารักข้าแต่เจ้าจะเอ่ยปากให้ข้าชื่นใจสักครั้งไม่ได้เหรอ

ใครจะไปตอบได้เล่า เรื่องน่าอายขนาดนั้นน่ะ นางคิด

ถ้าเจ้าไม่ตอบ ข้าคงต้องหาวิธีให้เจ้าพูดแล้วล่ะ เสียงของเจ้าชายบาโรดังอย่างรื่นรมย์ราวกับนึกอะไรสนุกอยู่ ก่อนตวัดอ้อมแขนรวบคนข้างกายมาอยู่ในอ้อมกอดกระชับก่อนก้มหน้ากระซิบว่า

ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าจะจูบเจ้าจนกว่าเจ้าจะเอ่ยปากว่ารักข้า

ใบหน้าของอลิเซียที่อยู่ในอ้อมกอดของชายร่างสูงดวงตาสีฟ้านั้นแดงก่ำเมื่อได้ยินประโยคนั้นก่อน เอ่ยเสียงระล่ำระลัก

ไม่นะบาโร

นั่นไม่ใช่ประโยคที่ข้าอยากได้ยินนะ

ท่ามกลางดวงจันทร์และหมู่ดาราเบื้องบน ริมธารน้ำใส ในเงาของไม้ที่ทอดทับร่างสองร่าง เจ้าชายบาโรก้มหน้าลงประทับจุมพิตเจ้าหญิงอลิเซียในอ้อมกอดอีกครั้งราวจะย้ำรอยสัญญารักที่ฝังประทับเต็มดวงจิต

ในความเงียบของยามราตรีที่โอบคลุมทั่วอาณาบริเวณ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่แนบสนิทดังประสานกันราวกับเป็นจังหวะเดียวกัน

ความรักเท่านั้นที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างงดงามและเพียบพร้อมสมบูรณ์ แต่ว่ามันมักจะเป็นดั่งภาพลวงตาที่หลอนคนให้วิ่งตาม หากดวงใจสองดวงที่ริมธารน้ำกลับมั่นใจว่าความรักนี้จะไม่เป็นเหมือนภาพลวงตาที่ปรากฏแล้วหาย หากแต่จะติดตรึงอยู่ในใจนิรันดร์


edit @ 2005/07/17 16:50:40

2005/Jul/17

วิล? ริชชิ่? เธอเห็นเฟรินบ้างไหม เสียงอ่อนหวานที่ดังขึ้นข้างหลังชายหนุ่มสองคนที่กำลังมองพายุเวทย์เบื้องหน้ากลับทำให้สองหนุ่มต้องสะดุ้งในใจ

อลิเซีย มีอะไรเหรอ หนุ่มพเนจรแห่งแผ่นดินประชาชนหันไปเผชิญหน้าสาวสวยด้านหลังด้วยท่าทีใจเย็น ในขณะจอมเวทย์ที่ร่ายคาถายังตัวแข็งอยู่

อลิเซียมุ่นคิ้วงาม ก่อนเอ่ยสืบไปว่า ก้อเฟรินน่ะสิ บอกว่านัดพวกเธอไว้ ฉันก็เลยมาตามเพราะใกล้เวลาปิดหอแล้ว พวกเธอเห็นเค้าบ้างไหม

น้ำเสียงนั้นมีความรักใคร่กังวลเป็นห่วงเจือไว้อย่างเห็นได้ชัด เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆถึงรู้สึกเป็นห่วงสาวน้อยตัวแสบที่แสนจะไม่ได้เรื่องคนนั้นมากเสียจนต้องเดินออกมาตามหา

คือว่า ... ขณะที่วิลเลี่ยม จอมปราชญ์แห่งไตรภาคีกำลังหาคำตอบดีๆ ก็มีเสียงอีกเสียงดังขึ้นมาที่ทำให้ จอมปราชญ์ชักเริ่มเห็นอนาคตตัวเองรำไรโดยไม่ต้องให้เจ้าเด็กสองตัวนั่นมาบอกเลย

วิล คาโลล่ะ อยู่ไหน ไม่ได้อยู่กับนายเหรอ

บาโร คือว่า ก่อนที่ว่าที่จักรพรรดิแห่งเวนอลจะได้ตอบ วิล แล้วเฟรินล่ะ เสียงนั้นหวานแต่ วิลเลี่ยมกลับรู้สึกเหมือนโดนขู่จากสาวน้อยที่กำลังหมดความอดทนตรงหน้า

วิล ก็บอกพวกนั้นไปตามความจริงสิ เสียงที่สามดังมาจากนักเวทย์หนุ่มที่เงียบมาตลอด แต่ ดันมาพูดเอาแบบไม่รู้กาลเทศะเอาซะเลย

ความจริง? เสียงสองเสียงดังประสานกันก่อนที่สายตาสองคู่ จะตวัดขวับไปมองร่างสูงของหนุ่มพเนจร ก่อนที่เสียงเยียบเย็นของเจ้าชายบาโรจะดังขึ้น

ความจริงเรื่องอะไรงั้นเหรอ?

ใช่ ความจริงที่ท่านปิดปังอะไรเราอยู่เหรอ เสียงหวานเสนาะหูของเจ้าหญิงแห่งบารามอสที่สายตากลับวาววับ

จอมปราชญ์อยากกุมขมับตัวเอง ความจริงงั้นเหรอ ความจริงที่แม้กระทั่งตัวเองยังไม่แน่ใจเลยว่าเรื่องราวในช่วงเวลาที่ผ่านมาอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความฝัน เรื่องไหนที่ควรพูด เรื่องไหนที่ควรปกปิด แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลย

ความจริงที่ว่า สองคนนั้นถูกพายุเวทย์พัดหายไปน่ะสิ จอมเวทย์กล่าวด้วยท่าทีเฉยเมยทั้งที่ในใจนั้นกลับร้อนอย่างบอกไม่ถูก

ไอ้เด็กหนุ่มที่เจ้าบาโรดันเอ็นดู กับสาวน้อยที่อลิเซียโปรดปราน ดันถูกพายุเวทย์ที่ตนเองร่ายดูดหายไป ไม่รู้ว่า คราวนี้จะโดนอะไรบ้าง แต่ เมื่อหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมชะตากรรมก็แอบนึกหัวเราะไม่ได้ว่า คราวนี้มันจะหาทางออกได้อย่างไร

ว่าอะไรนะ?!!! เสียงสองเสียงที่ดังประสานกันนั้นเต็มไปด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด

ริชาร์ด เจ้าพูดใหม่อีกทีซิว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงที่แววข่มใจไว้ของบาโร ทำให้พ่อมดหนุ่มชักเสียวสันหลังวาบๆ ก่อนตัดใจเอ่ยปากอีกครั้งว่า

สองคนนั้น โดนพายุเวทย์ดูดเข้าไปในพายุเวทย์นั่น ไม่รู้ไปตกที่ไหนแล้ว

วิลเลี่ยม ริชาร์ด ไหนลองอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิ ว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่ เสียงเรียบหวานเสนาะหูของเจ้าหญิงคนงามกลับฟังดูขัดกับท่าทางที่ดูท่าเหมือนจะเอาเรื่อง

วิลเลี่ยมหันไปมองหัวหน้าปราการปราชญ์อย่างไตร่ตรองก่อนเอ่ยว่า

สองคนนั้นคุยกับพวกข้า แล้วเกิดอยากเห็นพายุเวทย์ที่ริชาร์ดร่าย เลยรบเร้าให้ริชาร์ดทำให้ดู ไม่รู้เกิดผิดพลาดอะไรขึ้น ถึงถูกดูดเข้าไปในพายุเวทย์ด้วยกันทั้งคู่ พวกข้าพยายามช่วยแล้วแต่ไม่ทัน ไม่รู้ถูกดูดหายไปไหน

ว่าไงนะ ดวงเนตรสีน้ำตาลของเจ้าหญิงคนงามที่คล้ายกับดวงเนตรของสาวน้อยคนหนึ่งที่ถูกพูดถึงมีน้ำมาคลอ แล้วเฟริน จะเป็นยังไงเนี่ย

หัวหน้าแผ่นดินประชาชนสบตาก่อนเสหันไปมองทางอื่นก่อนเอ่ย

คงไม่เป็นอะไรมากหรอก พวกนั้นเข้มแข็งออก ไม่แน่บางทีอาจไปตกอยู่ใกล้ๆบ้านของตัวเองด้วยซ้ำ อย่าลืมสิ

เสียงนักปราชญ์แห่งแผ่นดินประชาชน เอ่ยเรียบจริงจังจนดูเหมือนเย็นชา พวกนั้นไม่ใช่คนของที่นี่ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องจากไปอยู่ดี

ก่อนหันไปสบตาบุรุษอีกผู้หนึ่งที่ยังยืนนิ่งขึง ตั้งแต่ได้ยินจอมเวทย์ประกาศการหายไปของคาโล ราวกับต้องการสื่อให้รู้ว่าคำพูดนี้มอบให้กับเขาโดยเฉพาะ

แต่ข้าเชื่อว่าพวกเขาจะไม่มีวันลืมวันเวลาที่ได้ใช้อยู่กับพวกนายที่นี่เลย

ก่อนตบบ่าให้สหายจากปราการปราชญ์ให้รีบเดินจากไปด้วยกัน ทิ้งให้ร่างผู้ที่มาทีหลังสองคนอยู่ตรงนั้น

เจ้าชายบาโรนิ่งจมอยู่ในความคิดของตนเองที่เต็มไปด้วยหน้าเจ้าเด็กหนุ่มที่ตัวเองยังแปลกใจว่าทำไมถึงได้ให้ความสำคัญมากขนาดนี้ทั้งๆที่คำพูดของมันทำให้ตัวเองโมโห จนพูดอะไรแรงๆออกไป ว่าจะมาปลอบใจมันสักหน่อย กลับต้องมารับรู้ว่ามันหายตัวไปแล้วทิ้งไว้แต่ความเสียใจที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

เจ้าหญิงคนงามแห่งบารามอสบอกไม่ถูกว่าทำไมตัวเองถึงได้ใจหายวาบถึงเพียงเมื่อรู้ว่าสาวน้อยนัยน์ตาแจ๋วที่ชอบจับจ้องตนไม่อยู่แล้ว

มีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านแนวไม้ ก่อนที่เจ้าชายบาโรจะรวบรวมคำพูดตัวเองได้เมื่อหันไปหาสาวน้อยคนงามผู้กุมหัวใจเขาไว้ ใช่ สาวน้อยผู้ที่จะเป็นสุดที่รักคนเดียวของเขา ไม่ว่าตอนนี้ ภายหน้าและตลอดกาล

กลับกันเถอะ อลิเซีย ไม่แน่สักวัน พวกเราคงได้เจอเขากันอีก

ใช่สักวันเบื้องหน้า พวกเขาจะต้องได้เจอกันแน่ๆ แต่ในอีกสถานะหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง